แบรนด์ไม่ปัง เพราะลืมทำ ออฟไลน์

ครทำธุรกิจแล้วไม่โปรโมทบนอินเตอร์เน็ตบ้างยกมือขึ้น! เชื่อว่านักการตลาดส่วนมากทุกวันนี้ทำการโปรโมทสินค้าแบบออนไลน์กันหมดแล้ว ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Instagram, Google Ads ฯลฯ อะไรทำนองนี้อยู่แล้ว แต่รู้ไหมว่าจริงๆ แล้ว แผนการตลาด แบบออฟไลน์ ยังสำคัญอยู่กับร้านค้าธุรกิจอยู่เหมือนกันนะ เพราะอะไรและการตลาดแบบออฟไลน์นี้มีอะไรบ้าง มาเรียนรู้เพื่อโปรโมทธุรกิจหรือสินค้าให้ปังๆ กับเราไปพร้อมๆ กันเลยค่ะ

วันที่ : 20 February 2025

การตลาดแบบออฟไลน์ ทำไม แผนการตลาด แนวนี้ถึงยังจำเป็นอยู่ และจะทำยังไงให้เวิร์คในปี 2021

ใครทำธุรกิจแล้วไม่โปรโมทบนอินเตอร์เน็ตบ้างยกมือขึ้น! เชื่อว่านักการตลาดส่วนมากทุกวันนี้ทำการโปรโมทสินค้าแบบออนไลน์กันหมดแล้ว ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Instagram, Google Ads ฯลฯ อะไรทำนองนี้อยู่แล้ว แต่รู้ไหมว่าจริงๆ แล้ว แผนการตลาดแบบออฟไลน์ ยังสำคัญอยู่กับร้านค้าธุรกิจอยู่เหมือนกันนะ เพราะอะไรและการตลาดแบบออฟไลน์นี้มีอะไรบ้างมาเรียนรู้เพื่อโปรโมทธุรกิจหรือสินค้าให้ปังๆ กับเราไปพร้อมๆ กันเลยค่ะ

1.เพราะธุรกิจจำเป็นต้องเจอลูกค้าแบบตัวต่อตัว

อินเตอร์เน็ตช่วยให้คนเข้าถึงกันได้ทั่วโลกและทุกเวลา แต่ธุรกิจส่วนใหญ่ยังจำเป็นที่คู่ค้า บริษัทกับลูกค้าต้องพบปะเจอหน้าเพื่อพูดคุยกันแบบตัวต่อตัวอยู่

การเจอหน้าค่าตายังยังช่วยเพิ่มความใกล้ชิด ความไว้เนื้อเชื่อใจมากขึ้น ซึ่งนำไปสู่การยึดติดกับแบรนด์ และการปิดการขายได้มากกว่า ไม่ว่าจะเป็นลูกค้าปัจจุบันหรือลูกค้าใหม่ที่เพิ่งสานสัมพันธ์

หรือถ้าลูกค้ามีปัญหาส่วนมากก็จะอยากเข้าหาร้านของเรา การสามารถเข้าถึงตัวธุรกิจได้จริงจึงเป็นจุดเด่นที่ถ้ายุคไร้สายแบบนี้คุณยังทำได้ เท่ากับคุณมีแต้มได้เปรียบกว่าจริงๆ

2. เพราะธุรกิจได้ลูกค้าที่มาจากช่องทางไม่ออนไลน์

แม้สมาร์ทโฟนต่ออินเตอร์เน็ตจะเป็นของที่ใครๆ ก็มีกัน แต่ก็ยังมีคนอีกจำนวนหนึ่งที่ไม่มีหรือไม่ใช้สมาร์ทโฟน ถ้าธุรกิจของคุณไม่โฆษณา มีแผนการตลาดออฟไลน์เลย คุณก็อาจจะพลาดลูกค้ากลุ่มนี้ไปได้ เช่น คุณเปิดร้านก๋วยเตี๋ยวในซอยหมู่บ้าน แทนที่คุณจะติดป้ายที่หน้าปากซอยว่าในซอยมีร้านก๋วยเตี๋ยวเจ้าอร่อย คุณกลับใช้วิธีโปรโมท Facebook แบบที่ธุรกิจขายของกินออนไลน์นิยมทำ แต่อาจไม่ให้ผลตอบแทนที่ดีอย่างที่คิดกับร้านก๋วยเตี๋ยวคุณ เพราะคนกลุ่มที่มีความเป็นไปได้ว่าจะเป็นลูกค้าของคุณจริงๆ กลับเป็นคนที่เดินหรือสัญจรผ่านหน้าร้านทุกวันมากกว่า ดังนั้น ธุรกิจส่วนหนึ่งไม่ว่าอย่างไรก็ยังจำเป็นต้องโปรโมทสินค้าแบบออฟไลน์จริงๆ

3. เพราะธุรกิจจะแข็งแรงกว่าเมื่อมีลูกค้าในพื้นที่เป็นฐานลูกค้า

ธุรกิจที่เติบโตบนตลาดออนไลน์ได้แข็งแรงมั่นคงมักเป็นธุรกิจที่มีฐานลูกค้าเดิมอยู่แล้ว ซึ่งส่วนมากคือลูกค้าที่เห็นหน้าค่าตากันมาก่อนจากหน้าร้านธุรกิจที่คุณมี

นี่เป็นข้อดีของการมีหน้าร้าน ซึ่งทุกวันนี้ยังมีการแข่งขันน้อย เพราะคนส่วนมากจะเปิดหน้าร้านออนไลน์ หรือให้ความสำคัญกับมันมากกว่า บางคนเปิดแค่หน้าร้านออนไลน์ด้วยซ้ำ ยิ่งทำให้การแข่งขันของธุรกิจที่มีหน้าร้านน้อยลงด้วย

4. เพราะธุรกิจจะต้องดูน่าเชื่อถือ

เวลาซื้อของ นอกจากเห็นสินค้า ลูกค้าส่วนใหญ่มักอยากรู้ว่า พ่อค้าแม่ค้ามีตัวตนจริงไหม ซึ่งวิธีพิสูจน์ที่ง่ายและเร็วที่สุดก็คือ การโชว์ภาพหรือคลิปร้านค้าหรือสต็อกของให้เห็น

ยิ่งสินค้ามีมูลค่าสูงเท่าไหร่ การมีหน้าร้านยิ่งจำเป็นมากเท่านั้น ธุรกิจไหนที่อยากสร้างหรือเพิ่มความน่าเชื่อถือ แบบยั่งยืนหรือต้องโฆษณาซ้ำๆ ย้ำๆ การมีหน้าร้านตอบโจทย์นี้ได้ชะงัดแน่นอน

5.เพราะธุรกิจอยากมีผลตอบแทนสูง

ความเข้าใจของคนทำธุรกิจทั่วไปคือ ถ้าอยากได้กำไรมาก อย่าลงทุนเยอะ เพราะจะคืนทุนช้าหรือไปไม่ถึงกำไร แถมยังมีธุรกิจจำนวนไม่น้อยที่พร้อมใจกันโปรโมทว่า คุณสามารถสร้างธุรกิจแบบที่ไม่ต้องลงทุนอะไร คว้าแต่กำไรไปเลยเน้นๆ

ซึ่งในความเป็นจริง ไม่มีธุรกิจอะไรบนโลกนี้ที่ได้กำไรหรือแม้แต่ประสบความสำเร็จได้โดยไม่ต้องลงทุน คุณใช้เวลาทำการโปรโมทสินค้าครึ่งวันหรือทั้งวันบนอินเตอร์เน็ต เวลาของคุณก็คือเงินทองเช่นกัน แทนที่คุณจะเอาเวลานี้ไปทำประโยชน์อย่างอื่น คุณต้องใช้เวลาทำเรื่องนี้ซึ่งก็เท่ากับเสียเงินเสียต้นทุนไปเช่นกัน

ทั้งหมดจะบอกว่า ไม่ว่าอย่างไร การทำธุรกิจต้องมีการลงทุนอยู่ดี ดังนั้น คุณจึงควรลงทุนในที่ๆ มั่นคง อยู่ได้ในระยะยาว ซึ่งหนึ่งในนั้นคือการสร้างหน้าร้าน อาจเริ่มจากเล็กๆ ก่อนก็ได้ แต่ควรเป็นหน้าร้านที่คุณสามารถโชว์ได้ว่า ธุรกิจของคุณมั่นคง ลูกค้าก็มั่นใจที่จะมาซื้อของกับคุณนั่นเอง

แล้วจะทำการตลาดออฟไลน์ให้ได้ผล มีวิธีไหนบ้าง?

ผสมแผนการตลาดออนไลน์กับออฟไลน์เข้าด้วยกัน

ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณทำร้านขายสินค้า 20 บาท คุณอาจจะทำเพจเฟสบุ๊ค เพื่อบอกให้คนที่อยู่พื้นที่ใกล้เคียงรู้ ใส่แผนที่ลงไปในนั้น ทำไลน์แอด เพื่อให้ลูกค้าสอบถามได้ทันที ทำโพสต์น่าสนใจเพื่อสร้าง SEO ให้เพจ ฯลฯ
ส่วนร้านค้าก็ตกแต่งหน้าร้านให้ดูเด่นเห็นชัด เช่น ใช้ป้ายบิลบอร์ดขนาดใหญ่ บอลลูนขาตั้งไลท์ตื้ง สกายทูป หรือตุ๊กตาเป่าลมโบก เป็นสัญลักษณ์เคลื่อนไหวไปมา ซึ่งเรียกความสนใจจากผู้คนที่ผ่านไปมาได้อย่างดี โดยเฉพาะวัสดุบอลลูนสมัยนี้ยังพัฒนามาให้ทนทานใช้ได้นานมากขึ้น และยังออกแบบตามดีไซน์ต้องการได้ด้วย

ใส่ใจรายละเอียด

โดยเฉพาะการตลาดกับลูกค้าประจำ เช่น การส่งการ์ดอวยพร บัตรของขวัญ หากสามารถตกแต่งให้พิเศษสำหรับลูกค้าได้ เช่น ใส่ชื่อ รายละเอียดของลูกค้ารายคน การทำของตกแต่งร้านให้มีลูกเล่นหรือความหมายพิเศษมากกว่าแค่สีสันสะดุดตาก็ช่วยได้

อัพเดตเนื้อหาออนไลน์ให้ตรงกับออฟไลน์

ธุรกิจย้ายหน้าร้านหรือตกแต่งหน้าร้านใหม่ต้องอย่าลืมอัพเดตข้อมูลเหล่านี้ลงบนพื้นที่โฆษณาออนไลน์ด้วยเพื่อให้ข้อมูลตรงตามความจริงและช่วยให้ไม่พลาดลูกค้าด้วย